เหตุให้ทุคติปรากฏ (เหตุที่ทำให้ไปนรก)

จุนทะ ! ความไม่สะอาดทางกาย มี ๓ อย่าง

ความไม่สะอาดทางวาจา มี ๔ อย่าง

ความไม่สะอาดทางใจ มี ๓ อย่าง.

จุนทะ ! ความไม่สะอาดทางกาย มี ๓ อย่าง

เป็นอย่างไรเล่า ? จุนทะ ! คนบางคนในกรณีนี้

อานิสงส์แห่งการให้ทาน



ภิกษุทั้งหลาย ! อานิสงส์แห่งการให้ทาน ๕ ประการ

นี้มีอยู่ ๕ ประการเป็นอย่างไร คือ

ผลแห่งทานในปัจจุบันและสัมปรายะ



ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! พระผู้มีพระภาคทรงสามารถบัญญัติ

ผลแห่งทานที่จะพึงเห็นได้ในปัจจุบันหรือหนอ.

สามารถ สีหะ !

อุปมาความทุกข์ในนรก

ภิกษุทั้งหลาย ! ลักษณะเครื่องหมาย เครื่องอ้าง
ว่าเป็นพาลของคนพาลนี้ มี ๓ อย่าง.
๓ อย่าง อย่างไรเล่า ?

ภิกษุทั้งหลาย ! คนพาลในโลกนี้
มักคิดความคิดที่ชั่ว
มักพูดคำพูดที่ชั่ว
มักทำการทำที่ชั่ว
ถ้าคนพาลจักไม่เป็นผู้คิดความคิดที่ชั่ว พูดคำพูด
ที่ชั่ว และทำการทำที่ชั่ว บัณฑิตพวกไหนจะพึงรู้จักเขาได้ว่า
ผู้นี้เป็นคนพาล เป็นอสัตบุรุษ เพราะคนพาลมักคิด
ความคิดที่ชั่ว มักพูดคำพูดที่ชั่ว และมักทำการทำที่ชั่ว
ฉะนั้น พวกบัณฑิตจึงรู้ได้ว่า นี่เป็นคนพาล เป็นอสัตบุรุษ.

ภิกษุทั้งหลาย ! คนพาลนั้นนั่นแล ย่อมเสวย
ทุกขโทมนัส ๓ อย่างในปัจจุบัน.

ความทุกข์ในนรก (ใครอ่านแล้วอยากไปเที่ยวนรกบ้าง อิอิ)

ภิกษุทั้งหลาย ! เปรียบเหมือนเรือน ๒ หลังมีประตูตรงกัน บุรุษผู้มีตาดียืนอยูระหว่างกลางเรือน ๒ หลังนั้นพึงเห็นมนุษย์กำลังเข้าเรือนบ้าง กำลังออกจากเรือนบ้างกำลังเดินมาบ้าง กำลังเดินไปบ้าง ฉันใด.

ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เราย่อมมองเห็นหมู่สัตว์กำลังจุติ กำลังอุบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดี ตกยาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมทราบชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรมได้ว่าสัตว์ผู้กำลังเป็นอยู่เหล่านี้ประกอบด้วยกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ไม่ติเตียนพระอริยะ เป็นสัมมาทิฏฐิ เชื่อมั่นกรรมด้วยอำนาจสัมมาทิฏฐิ เมื่อตายไปแล้วเข้าถึง สุคติโลกสวรรค์ก็มี.

การเกิดแห่งโลก คือการเกิดแห่งปฏิจจสมุปบาท

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เราจักแสดง ซึ่งความก่อขึ้นแห่งโลก แก่พวกเธอทั้งหลาย. พวกเธอทั้งหลาย จงฟังความข้อนั้น, จงทำในใจให้สำเร็จประโยชน์, เราจักกล่าวบัดนี้.
ครั้นภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น ทูลสนองรับพระพุทธดำรัสแล้ว, พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถ้อยคำเหล่านี้ว่า

ขยายความ ทิฏฐุปาทาน

ทิฏฐุปาทาน ยึด มั่นด้วยทิฎฐิ คือความคิดความเห็น ซึ่งเป็นอุปาทานข้อที่สองนั้น ก็เป็นสิ่งที่พอจะมองเห็นและเข้าใจได้ไม่ยากนักเหมือนกัน พอเราเกิดมาในโลก เราก็ต้องได้รับการศึกษาอบรม ให้เกิดเป็นความเห็น ชนิดที่เรียกว่า ทิฎฐิ ความ เห็นชนิดนี้ คนทุกคนจะต้องยึดมั่นของตนด้วยกันทั้งนั้น

ขยายความ กามุปาทาน

กามุปาทาน ยึด มั่นในกาม ซึ่งเป็นประการแรกนั้น เห็นได้จากการที่คนเราตามธรรมดา มีความติดพันในสิ่งที่เป็นที่รักที่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด คือจะเป็นรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม รูป ก็คือสิ่งที่น่ารักใคร่ในทางรูป หรือทางที่เห็นด้วยตา เสียง ก็หมายถึงเสียงไพเราะที่จะผูกพันจิตใจ กลิ่นก็คือกลิ่นหอม รส ก็คือรสอร่อย โผฎฐัพพะคือการสัมผัสทางกาย ตามที่สัญชาตญาณตามปรกติของคนเรารู้สึกว่าเป็นความสนุกสนานเพลิดเพลินหรือ